Menu
NEWS & ACTIVITIES

ยูเรียฟื้นตัวแรงหลังจีนปฏิเสธราคาต่ำ ฟอสเฟตยังทรงตัวสูง ขณะที่โพแทชเผชิญความเสี่ยงด้านอุปทาน

ตลาดวัตถุดิบปุ๋ยโลกในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569 ยังคงมีทิศทางแตกต่างกันตามชนิดของผลิตภัณฑ์ โดย ยูเรีย (Urea) กลับมาปรับตัวแข็งแรงอย่างชัดเจน หลังผู้ผลิตจีนไม่ยอมรับระดับราคาต่ำจากการประมูลนำเข้าของอินเดีย ส่งผลให้ตลาดปรับการคาดการณ์ด้านราคาจากสัปดาห์ก่อน ขณะที่ความต้องการจากยุโรป บราซิล และสหรัฐอเมริกาเริ่มช่วยพยุงตลาด
สำหรับ แอมโมเนียมซัลเฟต (Amsul) ตลาดยังคงแข็งแรงจากปริมาณสินค้าส่งออกของจีนที่จำกัด ส่วน ฟอสเฟต (DAP/MAP) ยังคงมีราคาอยู่ในระดับสูง แม้ผู้ซื้อในหลายภูมิภาคยังระมัดระวังต่อระดับราคา ขณะที่ โพแทช (MOP) มีแนวโน้มทรงตัวจากสินค้าคงคลังที่สูงในจีน แต่เริ่มมีความเสี่ยงด้านอุปทานจากข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ของรัสเซียและเบลารุส
ปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาด ได้แก่ สถานการณ์การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซและทะเลดำ นโยบายการส่งออกของจีน ราคาพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงความต้องการใช้ปุ๋ยตามฤดูกาล โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการผลิตยูเรียและการหยุดดำเนินการของโรงงานบางแห่ง
ภาพรวมจึงสะท้อนว่า แม้ความต้องการซื้อในหลายตลาดยังค่อนข้างระมัดระวัง แต่ความเสี่ยงด้านอุปทานและต้นทุนการผลิตยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาวัตถุดิบปุ๋ยโลก

1. ยูเรีย (Urea)
ตลาดพลิกกลับมาแข็งแรง หลังจีนไม่ยอมรับราคาต่ำจากการประมูลอินเดีย
ตลาดยูเรียมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญจากสัปดาห์ก่อน โดยราคากลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจน หลังผู้ผลิตจีนไม่ยอมรับระดับราคาที่จะทำให้ได้รับรายได้สุทธิจากการส่งออกเพียงประมาณ 320-325 USD/ตัน FOB ในการประมูลนำเข้าของอินเดียเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม
ส่งผลให้อินเดียสามารถจัดซื้อยูเรียได้เพียงประมาณ 410,000 ตัน จากเป้าหมาย 1.7 ล้านตัน และเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะมีการเปิดประมูลใหม่ภายใน 2-3 สัปดาห์
การไม่ยอมรับราคาต่ำของผู้ส่งออกจีนสะท้อนว่า ระดับราคาที่เกิดขึ้นจากการประมูลครั้งก่อนอาจไม่ใช่ระดับราคาที่ผู้ขายพร้อมส่งมอบสินค้าในปริมาณมาก ทำให้ตลาดเริ่มปรับการคาดการณ์ด้านราคาใหม่
ขณะเดียวกัน ราคายูเรียจากอียิปต์ปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วตามความต้องการที่ฟื้นตัวจากยุโรป ส่วนตลาดบราซิลและสหรัฐอเมริกาก็เริ่มแข็งแรงขึ้นเช่นกัน
อีกปัจจัยสำคัญคือ ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปปรับขึ้นแตะ 87.22 ยูโร/MWh ซึ่งเพิ่มต้นทุนการผลิตยูเรียและส่งผลให้โรงงานบางแห่งต้องหยุดการผลิตเพิ่มเติม
ด้านการขนส่ง มีเรือบรรทุกยูเรียจากผู้ส่งออกที่ไม่ใช่อิหร่านจำนวน 2 ลำออกจากอ่าวตะวันออกกลางในสัปดาห์ที่ผ่านมา สะท้อนว่าการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุชเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นบางส่วน แต่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงอยู่
แนวโน้ม 30-60 วัน: Firm to Higher ↑
ราคายูเรียมีแนวโน้มรักษาทิศทางแข็งแรง โดยเฉพาะในยุโรปและทวีปอเมริกา ขณะที่การประมูลนำเข้ารอบใหม่ของอินเดียอาจช่วยเพิ่มความต้องการในตลาด
อย่างไรก็ตาม ยูเรียชนิด Prilled จากจีนยังมีแนวโน้มเป็นแหล่งอุปทานสำคัญสำหรับอินเดีย ขณะที่ความพร้อมของ Granular Urea เริ่มตึงตัวมากขึ้นตามช่วงเวลาการส่งมอบสินค้าเข้าสู่บราซิล

2. แอมโมเนียมซัลเฟต (Ammonium Sulphate: Amsul)
อุปทานส่งออกจีนยังจำกัด ช่วยพยุงราคาในตลาดโลก
ตลาด Amsul ยังคงแข็งแรงจากข้อจำกัดด้านอุปทานส่งออกของจีน โดยผู้ส่งออกจีนยังคงรักษาระดับราคาเสนอขาย และมีรายงานว่าผู้ขายหลายรายได้จำหน่ายปริมาณสินค้าสำหรับส่งออกไปเกือบทั้งหมดแล้ว
ขณะเดียวกัน ยังไม่มีประกาศเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การจัดสรรโควตาส่งออก Amsul รอบที่สองของจีน ทำให้ความพร้อมของสินค้าในระยะสั้นยังมีความไม่แน่นอน
นอกจากข้อจำกัดด้านอุปทานจากจีนแล้ว ความต้องการจากบราซิลและต้นทุนค่าระวางเรือที่ปรับสูงขึ้นยังเป็นปัจจัยช่วยสนับสนุนตลาด
อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของราคาในระยะต่อไปยังขึ้นอยู่กับนโยบายส่งออกของจีน ปริมาณสินค้าที่พร้อมส่งมอบ และความต้องการในแต่ละภูมิภาค
แนวโน้ม 30-60 วัน: Firm ↑
ตลาดมีแนวโน้มรักษาระดับราคาที่แข็งแรงจากอุปทานส่งออกที่จำกัด ความต้องการจากบราซิล และต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น
ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือ การประกาศโควตาส่งออกเพิ่มเติมของจีน ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงสมดุลอุปทานในตลาดโลกได้

3. ฟอสเฟต (DAP / MAP)
ราคายังทรงตัวในระดับสูง แม้ผู้ซื้อระมัดระวังต่อการจัดซื้อ
ตลาด DAP/MAP ยังคงมีราคาอยู่ในระดับสูง โดยกิจกรรมการซื้อขายแตกต่างกันตามภูมิภาค ขณะที่ความสามารถในการซื้อของผู้ใช้ปลายทางยังเป็นข้อจำกัดสำคัญ
อินเดีย ตลาด DAP โดยรวมยังค่อนข้างทรงตัว โดยมีรายงานว่า Ma'aden จำหน่าย DAP จำนวน 120,000 ตัน ที่ระดับ 900-904 USD/ตัน CFR ภายใต้เงื่อนไขชำระเงินทันที
ขณะที่ HURL จัดซื้อ DAP จำนวน 50,000 ตัน ที่ราคา 912 USD/ตัน CFR ภายใต้เงื่อนไขเครดิต 120 วัน ซึ่งเทียบเท่าราคาประมาณ 894 USD/ตัน หากคำนวณเป็นเงื่อนไขชำระเงินทันที
ระดับราคาดังกล่าวสะท้อนว่า แม้ราคาฟอสเฟตยังอยู่ในระดับสูง แต่เงื่อนไขการชำระเงินเริ่มมีบทบาทสำคัญต่อการเปรียบเทียบราคาซื้อขาย
จีน - ผู้ผลิต DAP/MAP ยังคงแทบไม่เข้าร่วมตลาดส่งออก ขณะที่ราคาฟอสเฟตภายในประเทศจีนปรับลดลงจากความต้องการที่อ่อนแอและต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และบราซิล - ผู้ซื้อยังคงระมัดระวังการจัดซื้อ เนื่องจากราคาฟอสเฟตอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับความสามารถในการซื้อ
ด้านต้นทุนการผลิต แม้ราคาวัตถุดิบบางรายการเริ่มอ่อนตัว แต่ ต้นทุนกำมะถันยังเป็นปัจจัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมฟอสเฟต โดย Mosaic ได้หยุดดำเนินการชั่วคราวที่โรงงานฟอสเฟต South Fort Meade ในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา
แนวโน้ม 30-60 วัน: Broadly Stable →
ราคาฟอสเฟตมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ผู้ซื้อยังคาดหวังราคาที่ลดลง
การอ่อนตัวของราคากำมะถัน ความต้องการตามฤดูกาลที่ลดลง และข้อจำกัดด้านความสามารถในการซื้ออาจจำกัดการปรับขึ้นของราคา อย่างไรก็ตาม ปริมาณส่งออกที่จำกัดและต้นทุนการผลิตที่ยังสูงจะช่วยพยุงตลาด

4. โพแทช (MOP / SOP)
สินค้าคงคลังจีนสูง แต่ความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์เริ่มเพิ่มขึ้น
ตลาดโพแทชยังคงมีทิศทางค่อนข้างทรงตัว โดย สินค้าคงคลังที่สูงในจีนและความต้องการตามฤดูกาลที่อ่อนลง ยังคงจำกัดโอกาสการปรับขึ้นของราคาในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ปัญหาด้านโลจิสติกส์ของรัสเซียและเบลารุสกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดต้องติดตาม เนื่องจากอาจส่งผลต่อความพร้อมของอุปทานในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี
จีน – ปริมาณสินค้าคงคลัง MOP ที่ท่าเรือเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ประมาณ 4.38 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนประมาณ 2.6 ล้านตัน ซึ่งยังเป็นแรงกดดันสำคัญต่อราคาตลาด
อินโดนีเซีย – การประมูลซื้อ Standard MOP ปริมาณ 85,000 ตัน ได้รับข้อเสนอราคาอยู่ที่ประมาณ 417-435 USD/ตัน CFR โดยคาดว่าราคาที่ได้รับการคัดเลือกจะอยู่ใกล้ระดับ 416 USD/ตัน CFR
รัสเซียและเบลารุส – ผู้ผลิตและผู้ส่งออกประเมินว่า ปัญหาด้านโลจิสติกส์อาจทำให้ปริมาณส่งออกในไตรมาส 4 ลดลงได้มากถึง 500,000 ตันต่อเดือน โดย Uralkali, EuroChem และ BPC ของเบลารุสต่างมีรายงานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ปริมาณส่งออกจะลดลง
ข้อจำกัดด้านการขนส่งผ่านเส้นทางบอลติกจึงอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงราคาตลาดในช่วงปลายปี
แนวโน้ม 30-60 วัน: Stable with Supply-Side Support →↑
ราคา MOP มีแนวโน้มทรงตัวในระยะสั้น เนื่องจากระดับสินค้าคงคลังที่สูงและความต้องการที่ยังไม่แข็งแรง
อย่างไรก็ตาม หากปัญหาการขนส่งผ่านเส้นทางบอลติกยังดำเนินต่อ อาจช่วยสนับสนุนราคาในช่วงปลายปี 2569 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2570

ผลกระทบและมุมมองต่อประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย สถานการณ์ล่าสุดสะท้อนว่า ความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบปุ๋ยยังไม่คลี่คลาย แม้ว่าความต้องการใช้ปุ๋ยตามฤดูกาลหลักจะสิ้นสุดลงแล้ว
ประเด็นสำคัญที่สุดคือ การกลับมาฟื้นตัวของตลาดยูเรีย หลังผลการประมูลอินเดียไม่สามารถดึงดูดอุปทานได้ตามเป้าหมาย ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนการนำเข้ายูเรียในช่วงถัดไปกลับมามีแรงกดดันอีกครั้ง โดยเฉพาะหากราคาจากตลาดตะวันออกกลางและจีนปรับตัวสูงขึ้นตามความต้องการจากตลาดอื่น
สำหรับ Amsul ข้อจำกัดด้านการส่งออกจากจีนยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจีนเป็นแหล่งอุปทานสำคัญของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ขณะที่ DAP/MAP ยังคงมีต้นทุนสูง แม้ความต้องการซื้อในตลาดโลกจะค่อนข้างอ่อนแอ แต่ข้อจำกัดด้านอุปทานและต้นทุนการผลิตยังทำให้โอกาสที่ราคาจะลดลงอย่างรวดเร็วมีจำกัด
ด้าน MOP แม้สินค้าคงคลังในจีนยังสูงและช่วยจำกัดการปรับขึ้นของราคา แต่ความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์จากรัสเซียและเบลารุสอาจทำให้ต้นทุนการจัดหาสินค้าในระยะถัดไปมีความไม่แน่นอนมากขึ้น
ดังนั้น ผู้ประกอบการในประเทศไทยควรติดตาม ทิศทางราคาวัตถุดิบ การจัดสรรโควตาส่งออกของจีน ค่าระวางเรือ อัตราแลกเปลี่ยน และความพร้อมของอุปทานจากประเทศผู้ผลิตหลัก เพื่อประกอบการวางแผนจัดซื้อและบริหารสินค้าคงคลังให้เหมาะสม
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบในตลาดโลกอาจไม่สะท้อนมายังราคาปุ๋ยสำเร็จรูปภายในประเทศทันที เนื่องจากยังมีปัจจัยด้านต้นทุนการนำเข้า ระยะเวลาขนส่ง และสินค้าคงคลังเดิมเข้ามาเกี่ยวข้อง

บทสรุปและแนวโน้ม 30-60 วัน
ตลาดวัตถุดิบปุ๋ยโลก ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2569 มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญจากสัปดาห์ก่อน โดยเฉพาะตลาดยูเรียที่กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง
Urea Firm to Higher↑
ราคาฟื้นตัวหลังผู้ส่งออกจีนไม่ยอมรับราคาต่ำจากการประมูลอินเดีย ขณะที่ความต้องการจากยุโรปและทวีปอเมริกาช่วยสนับสนุนตลาด
Amsul Firm↑
อุปทานส่งออกจากจีนยังจำกัด และความไม่แน่นอนของโควตาส่งออกยังช่วยพยุงราคา
DAP/MAP Broadly Stable →
ราคายังคงอยู่ในระดับสูงจากข้อจำกัดด้านอุปทาน แม้ผู้ซื้อในหลายตลาดยังระมัดระวังและคาดหวังราคาที่ลดลง
MOP Stable with Supply-Side Support →↑
สินค้าคงคลังจีนยังสูง แต่ปัญหาโลจิสติกส์ของรัสเซียและเบลารุสอาจช่วยพยุงราคาในช่วงปลายปี
ในช่วง 30-60 วันข้างหน้า ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประมูลยูเรียรอบใหม่ของอินเดีย นโยบายส่งออกของจีน ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรป สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ราคากำมะถัน และข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ของรัสเซีย-เบลารุส
ภาพรวมสะท้อนว่า ตลาดวัตถุดิบปุ๋ยโลกยังมีความเสี่ยงด้านอุปทานและต้นทุน แม้ความต้องการซื้อในหลายภูมิภาคจะยังไม่แข็งแรง จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์เป็นรายผลิตภัณฑ์อย่างใกล้ชิด
BACK