Menu
NEWS & ACTIVITIES

ตลาดปุ๋ยโลกยังเคลื่อนไหวต่างทิศ ยูเรียมีแรงกดดันขาขึ้น ขณะที่ฟอสเฟต-โพแทชเริ่มอ่อนตัว

ตลาดปุ๋ยโลกในช่วงกลางเดือนกันยายน 2569 ยังคงมีทิศทางแตกต่างกันอย่างชัดเจนในแต่ละกลุ่มวัตถุดิบ โดย ยูเรีย (Urea) มีแนวโน้มแข็งแกร่งที่สุด จากข้อจำกัดด้านอุปทาน ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ขณะที่ แอมโมเนียมซัลเฟต (Amsul) ยังคงแข็งแรง แต่ความต้องการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มชะลอตัวตามฤดูกาล
ในทางกลับกัน ตลาดฟอสเฟตเริ่มเผชิญแรงกดดันมากขึ้น เนื่องจากผู้ซื้อไม่ยอมรับระดับราคาที่สูง ขณะที่ โพแทช (MOP) ยังคงมีแนวโน้มอ่อนตัวในระยะสั้น ก่อนที่จะมีโอกาสกลับเข้าสู่ภาวะทรงตัวในระยะถัดไป
ปัจจัยสำคัญที่ตลาดกำลังติดตาม ได้แก่ สถานการณ์การขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ปริมาณการส่งออกจากจีน ต้นทุนก๊าซธรรมชาติในยุโรป รวมถึงความต้องการซื้อจากอินเดีย บราซิล ยุโรป และอเมริกาเหนือ

ยูเรีย (Urea)
ข้อจำกัดด้านอุปทานและต้นทุนที่สูงขึ้น หนุนตลาดเข้าสู่ภาวะ Strongly Bullish
ตลาดยูเรียยังคงได้รับแรงสนับสนุนอย่างชัดเจน โดย ตะวันออกกลางยังเป็นประเด็นสำคัญด้านอุปทาน จากปัญหาการขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เรือจำนวนมากยังคงล่าช้า ส่งผลให้การส่งออกตามปกติของผู้ผลิตรายใหญ่ในภูมิภาคถูกจำกัด
อียิปต์ยังคงเป็นแหล่งอุปทานทางเลือกที่สำคัญ แต่ราคาก็มีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นกัน โดยต้นทุนก๊าซธรรมชาติในยุโรปที่เพิ่มขึ้นยังช่วยสนับสนุนระดับราคาของผู้ผลิต
ขณะเดียวกัน จีนยังเป็นตัวแปรสำคัญด้านอุปทานของตลาดโลก แต่ปริมาณยูเรียที่สามารถส่งออกเพิ่มเติมยังมีความไม่แน่นอน หากจีนเพิ่มปริมาณส่งออกอย่างมีนัยสำคัญ อาจช่วยลดความตึงตัวของตลาดได้
ด้านอุปสงค์ อินเดียยังเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดยูเรียโลก โดยกิจกรรมการประมูลล่าสุดสะท้อนความต้องการซื้อที่แข็งแรงสำหรับช่วงหลายเดือนข้างหน้า นอกจากนี้ บราซิล ยุโรป และอเมริกาเหนือยังมีแนวโน้มความต้องการอยู่ในระดับสูง
แนวโน้ม 60 วัน: Bullish
โอกาสที่ราคาจะปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญยังค่อนข้างจำกัด เว้นแต่ปัญหาการขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซจะคลี่คลาย หรือจีนเพิ่มปริมาณส่งออกอย่างชัดเจน

แอมโมเนียมซัลเฟต (Ammonium Sulphate: Amsul)
อุปทานจีนตึงตัวช่วยพยุงตลาด แต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มชะลอตามฤดูกาล
ตลาด Amsul ยังคงอยู่ในระดับแข็งแรง โดย จีนยังเป็นแหล่งส่งออกหลักของตลาดโลก และปริมาณสินค้าที่พร้อมส่งออกเริ่มตึงตัวขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนราคา อย่างไรก็ตาม ความต้องการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มลดลงตามช่วงปลายฤดูกาล จึงอาจช่วยจำกัดแรงปรับขึ้นของตลาดในระยะสั้น
อินโดนีเซียยังคงเป็นผู้ซื้อสำคัญ โดยมีการประมูลประมาณ 180,000 ตัน ขณะที่บราซิลยังมีความต้องการค่อนข้างแข็งแรง
แนวโน้ม 60 วัน: Firm to Slightly Bullish

ฟอสเฟต (DAP / MAP)
ราคาสูงเริ่มกดดันความต้องการ ผู้ซื้อเพิ่มความระมัดระวัง
ตลาดฟอสเฟตเริ่มมีแรงกดดันมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงต้นเดือนกันยายน โดย อินเดียยังคงเป็นศูนย์กลางความต้องการ DAP ที่สำคัญ แต่ผู้ซื้อเริ่มต่อต้านระดับราคาที่สูงมากขึ้น
ราคา India DAP อยู่ที่ประมาณ 903-904 USD/ตัน CFR ขณะที่ China DAP อยู่ที่ประมาณ 880-915 USD/ตัน FOB
สำหรับ MAP ตลาดบราซิลมีแนวโน้มอ่อนตัว โดยราคาอยู่ที่ประมาณ 840-850 USD/ตัน CFR ขณะที่ผู้ซื้อพยายามเจรจาราคาใกล้ระดับ 830 USD/ตัน CFR
ระดับราคาที่สูงเริ่มทำให้ความสนใจซื้อชะลอลง และการประมูลบางรายการไม่สามารถสรุปการซื้อขายได้ เนื่องจากไม่มีข้อเสนอในระดับราคาที่ผู้ซื้อยอมรับ
แนวโน้ม 60 วัน: Soft to Bearish
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากในช่วงต้นเดือนกันยายน DAP ยังได้รับแรงสนับสนุนค่อนข้างมาก แต่ข้อมูลล่าสุดเริ่มสะท้อนว่า ระดับราคาที่สูงกำลังกระทบต่อความต้องการซื้ออย่างชัดเจนขึ้น

โพแทช (MOP)
อุปสงค์ระยะสั้นยังอ่อน ขณะที่สินค้าคงคลังจีนอยู่ในระดับสูง
ตลาด MOP ยังคงเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น โดยราคา Brazil MOP อยู่ที่ประมาณ 370-390 USD/ตัน CFR ขณะที่ปริมาณนำเข้าของบราซิลลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงกิจกรรมการซื้อที่อ่อนลงและความระมัดระวังด้านราคาของผู้ซื้อ
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ราคา Standard MOP อยู่ที่ประมาณ 385-420 USD/ตัน CFR โดยอินโดนีเซียเพิ่งจัดซื้อประมาณ 75,000 ตัน ที่ระดับ 420 USD/ตัน CFR แต่ภาพรวมความต้องการในภูมิภาคยังค่อนข้างเงียบ
อีกปัจจัยสำคัญคือ สินค้าคงคลังบริเวณท่าเรือของจีนที่ยังอยู่ในระดับสูงประมาณ 3.65 ล้านตัน ซึ่งจำกัดโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นในระยะสั้น ส่วนอินเดียยังเป็นตลาดสำคัญ แต่ผู้ซื้อยังให้ความสำคัญกับระดับราคาที่สามารถรับได้
แนวโน้ม 60 วัน: Slightly Softer → Potentially Stable

ผลกระทบและมุมมองต่อประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย ภาพตลาดล่าสุดยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า ต้นทุนวัตถุดิบปุ๋ยไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน และการประเมินแนวโน้มราคาปุ๋ยในประเทศจำเป็นต้องพิจารณาโครงสร้างวัตถุดิบของแต่ละสูตร
กลุ่มไนโตรเจน โดยเฉพาะ ยูเรีย มีความเสี่ยงด้านต้นทุนเพิ่มขึ้น จากข้อจำกัดของอุปทานและค่าขนส่ง ขณะที่ Amsul ยังมีแรงสนับสนุนจากอุปทานจีนที่ตึงตัว แม้ว่าความต้องการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเริ่มชะลอลง
ในทางกลับกัน ฟอสเฟตเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลายมากกว่าช่วงต้นเดือนกันยายน เนื่องจากระดับราคาที่สูงทำให้ผู้ซื้อเริ่มชะลอหรือเจรจาต่อรองมากขึ้น ส่วน MOP ยังคงมีแนวโน้มอ่อนตัวในระยะสั้นจากระดับสินค้าคงคลังที่สูงและกิจกรรมการซื้อที่ระมัดระวัง
ดังนั้น ปุ๋ยสูตรที่มีสัดส่วนไนโตรเจนสูงอาจยังเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนมากกว่า ขณะที่การอ่อนตัวของฟอสเฟตและโพแทช หากดำเนินต่อเนื่อง อาจช่วยลดแรงกดดันบางส่วนต่อปุ๋ยสูตรผสมในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตาม ราคาปุ๋ยในประเทศไทยยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นร่วมด้วย ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยน ค่าระวางเรือ ต้นทุนโลจิสติกส์ ระยะเวลาการนำเข้า และต้นทุนสินค้าคงคลัง จึงไม่ควรนำการเปลี่ยนแปลงของราคาตลาดโลกมาเทียบกับราคาจำหน่ายในประเทศโดยตรง

บทสรุป
ตลาดปุ๋ยโลก ณ กลางเดือนกันยายน 2569 ยังคงเป็นตลาดที่ วัตถุดิบแต่ละชนิดเคลื่อนไหวแตกต่างกัน แต่เมื่อเทียบกับช่วงต้นเดือน ภาพตลาดมีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากขึ้น
- Urea มีแนวโน้ม Bullish จากข้อจำกัดด้านอุปทานและความต้องการที่แข็งแรง
- Amsul ยังอยู่ในระดับ Firm to Slightly Bullish แม้ความต้องการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มชะลอตามฤดูกาล
Phosphate เปลี่ยนเป็น Soft to Bearish เนื่องจากระดับราคาที่สูงเริ่มกระทบต่อความต้องการซื้อ
- MOP มีแนวโน้ม อ่อนตัวเล็กน้อยในระยะสั้น ก่อนมีโอกาสกลับเข้าสู่ภาวะทรงตัว
 
สำหรับประเทศไทย ช่วง 1-2 เดือนข้างหน้าควรติดตามอย่างใกล้ชิด 4 ปัจจัย ได้แก่ สถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซ ปริมาณการส่งออกจากจีน ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง และพฤติกรรมการซื้อของตลาดหลักโดยเฉพาะอินเดีย บราซิล ยุโรป และอเมริกาเหนือ
ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่า แรงกดดันขาขึ้นของตลาดยูเรียจะดำเนินต่อเนื่องเพียงใด และการอ่อนตัวของฟอสเฟตและโพแทชจะสามารถช่วยลดแรงกดดันต่อต้นทุนปุ๋ยสูตรผสมในช่วงปลายปี 2569 ได้มากน้อยเพียงใด
BACK