Menu
NEWS & ACTIVITIES

ตลาดปุ๋ยโลกแยกทิศทางชัดเจน ยูเรีย-แอมซัลแข็งแรงขึ้น ขณะที่โพแทชยังเผชิญแรงกดดัน

ตลาดปุ๋ยโลกในช่วงต้นเดือนกันยายน 2569 เริ่มเห็นทิศทางที่แตกต่างกันชัดเจนในแต่ละกลุ่มวัตถุดิบ โดยตลาดปุ๋ยไนโตรเจนกลับมาแข็งแกร่ง โดยเฉพาะยูเรียและแอมโมเนียมซัลเฟต (Amsul) จากอุปทานที่ตึงตัวและความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้นในตลาดสำคัญ ขณะที่ฟอสเฟตยังได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการของอินเดีย ส่วนโพแทชยังคงเผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์ตามฤดูกาลที่ชะลอตัวและระดับสินค้าคงคลังที่สูง
ปัจจัยสำคัญที่ตลาดกำลังติดตาม ได้แก่ สถานการณ์การขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ นโยบายส่งออกปุ๋ยของจีน ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรป และความต้องการซื้อจากสหรัฐฯ บราซิล และอินเดีย ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม

ยูเรีย (Urea)
อุปทานตึงตัว ดันราคากลับมาแข็งแกร่ง
ตลาดยูเรียยังคงปรับตัวสูงขึ้น โดยมีแรงซื้อจาก ยุโรป บราซิล และสหรัฐอเมริกา เป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ขณะที่อุปทานจากตะวันออกกลางยังได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
อีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องติดตามคือราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรป ซึ่งปรับสูงกว่า 70 ยูโร/MWh ทำให้ต้นทุนการผลิตปุ๋ยไนโตรเจนเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลให้ผู้ผลิตในยุโรปบางส่วนต้องพิจารณาลดกำลังการผลิต
ด้านอุปสงค์ สหรัฐฯ มีความต้องการเพิ่มขึ้นจากราคาข้าวโพดที่อยู่ในระดับสูงและการเตรียมตัวสำหรับฤดูเพาะปลูกถัดไป ขณะที่บราซิลยังคงซื้ออย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าความต้องการในไตรมาส 4 จะอยู่ที่ประมาณ 0.9-1.0 ล้านตันต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม จีนยังเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดด้านอุปทาน หากจีนอนุมัติปริมาณส่งออกเพิ่มเติม 1-2 ล้านตัน อาจช่วยให้ตลาดกลับมาทรงตัวหรือปรับลดลงได้ แต่หากการส่งออกจีนยังจำกัด ประกอบกับปัญหาการขนส่งจากตะวันออกกลางยังดำเนินต่อ ราคายูเรียอาจปรับสูงขึ้นอีกครั้ง
แนวโน้ม: Firm to Higher แต่ยังมีความผันผวนสูง

แอมโมเนียมซัลเฟต (Ammonium Sulphate: Amsul)
อุปทานจีนเริ่มตึงตัว ราคามีแรงสนับสนุนเพิ่มขึ้น
ตลาด Amsul กลับมาแข็งแรงขึ้นจากปริมาณสินค้าส่งออกของจีนที่เริ่มตึงตัว โดยผู้ขายจีนมีความระมัดระวังมากขึ้นในการเสนอขายสินค้าใหม่ ก่อนถึงช่วงวันที่ 15 กันยายน ซึ่งเป็นช่วงสำคัญของมาตรการด้านศุลกากรและการส่งออก
ราคาตลาดปัจจุบัน
China Standard Amsul FOB: 190-194 USD/ตัน
- China Compacted Amsul FOB: 200-210 USD/ตัน
นอกจากข้อจำกัดด้านอุปทานแล้ว ราคายูเรียที่แข็งแกร่งขึ้นยังช่วยสนับสนุน Amsul เนื่องจากผู้ซื้อเปรียบเทียบความคุ้มค่าของไนโตรเจนระหว่างผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิด ขณะที่ความต้องการจากบราซิลและสหรัฐฯ เริ่มแข็งแรงขึ้น
จีนถือเป็นแหล่งส่งออก Amsul ที่สำคัญของโลก ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงนโยบายส่งออกของจีนสามารถส่งผลต่อปริมาณสินค้าและราคาในตลาดโลกได้ค่อนข้างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ความต้องการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจเริ่มชะลอตัวตามฤดูกาล ซึ่งจะช่วยจำกัดการปรับขึ้นของราคาในระยะต่อไป แนวโน้ม:Firm – ราคามีแนวโน้มทรงตัวในระดับแข็งแรง

ฟอสเฟต (DAP/MAP)
DAP ยังได้รับแรงสนับสนุนจากอินเดีย ขณะที่ MAP อ่อนตัวตามตลาดบราซิล
ตลาดฟอสเฟตมีทิศทางแตกต่างกันระหว่าง DAP และ MAP โดย DAP ยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการซื้อของอินเดีย ขณะที่จีนยังแทบไม่กลับเข้าสู่ตลาดส่งออก
ในสัปดาห์ล่าสุด อินเดียจัดซื้อ DAP ผ่านการประมูลและการซื้อขายแบบ Spot รวมประมาณ 230,000 ตัน ส่งผลให้ราคา DAP ในอินเดียยังอยู่ที่ประมาณ 908-920 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน CFR
ราคาตลาดสำคัญ
India DAP CFR: 908-920 USD/ตัน
แม้ระดับราคาจะยังสูง แต่ตลาดมีแนวโน้มทรงตัวมากกว่าปรับขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความต้องการของอินเดียอาจเริ่มชะลอลงตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคม
ในทางกลับกัน MAP มีแนวโน้มอ่อนตัวมากกว่า DAP เนื่องจากความต้องการซื้อจากบราซิลยังชะลอตัว โดยผลิตภัณฑ์ฟอสเฟตอื่น เช่น TSP และ SSP ก็มีความเสี่ยงด้านราคาลดลงเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนกำมะถันที่ยังอยู่ในระดับสูงยังทำหน้าที่เป็น ฐานรองรับราคา (Price Floor) ทำให้โอกาสที่ราคาฟอสเฟตจะปรับลดลงอย่างรุนแรงยังมีค่อนข้างจำกัด
แนวโน้ม: DAP - Stable/Firm | MAP - Soft

โพแทช (MOP)
ตลาดอ่อนกว่าวัตถุดิบชนิดอื่น จากอุปสงค์ชะลอตัวและสินค้าคงคลังสูง
ตลาด MOP ยังคงอ่อนกว่ายูเรียและ DAP อย่างชัดเจน เนื่องจากหลายตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงความต้องการต่ำตามฤดูกาล โดยเฉพาะจีนและบราซิล
จีนยังมีสินค้าคงคลังอยู่ในระดับสูง และผู้ค้าบางรายเสนอราคาต่ำกว่าระดับราคาที่ผู้ผลิตรายใหญ่ต้องการ ขณะที่บราซิลมีความต้องการนำเข้าค่อนข้างจำกัดในระยะสั้น
ราคาตลาดสำคัญ
- Brazil MOP CFR: 370-395 USD/ตัน
- Bangladesh Tender: 398.97 USD/ตัน CFR
- Indonesia Tender Offers: 429-434 USD/ตัน CFR
ตลาดสหรัฐฯ เป็นข้อยกเว้นสำคัญ เนื่องจากอุปทานค่อนข้างตึงตัว ขณะที่ความต้องการใช้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเพิ่มขึ้น จึงยังเป็นปัจจัยที่อาจช่วยสนับสนุนราคาตลาดโลกได้บางส่วน
แนวโน้ม: Stable to Soft

ผลกระทบและมุมมองต่อประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย ภาพตลาดในช่วงต้นเดือนกันยายนสะท้อนว่า ต้นทุนวัตถุดิบปุ๋ยไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน โดยความเสี่ยงด้านต้นทุนกลับมาเพิ่มขึ้นในกลุ่มไนโตรเจน โดยเฉพาะยูเรียและ Amsul ขณะที่ DAP ยังอยู่ในระดับสูง ส่วน MOP มีแนวโน้มผ่อนคลายมากกว่า
ยูเรียเป็นวัตถุดิบที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากปัญหาการขนส่งจากตะวันออกกลางยังดำเนินต่อ และจีนไม่เพิ่มปริมาณส่งออก ราคามีโอกาสปรับสูงขึ้นอีก ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนปุ๋ยไนโตรเจนและปุ๋ยสูตรผสมในประเทศไทย
ในทางกลับกัน หากจีนอนุมัติการส่งออกยูเรียเพิ่มเติมในปริมาณมาก อุปทานในตลาดเอเชียจะเพิ่มขึ้น และอาจช่วยลดแรงกดดันด้านราคาได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับปุ๋ยสูตรผสม DAP ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ต้นทุนลดลงได้จำกัด แม้ว่าราคาไม่ได้ปรับขึ้นมากในช่วงล่าสุด ขณะที่ MOP ที่เริ่มอ่อนตัวอาจช่วยชดเชยต้นทุนได้บางส่วนในสูตรที่ใช้โพแทชในสัดส่วนสูง
ดังนั้น ทิศทางราคาปุ๋ยในประเทศไทยในช่วงต่อไปมีแนวโน้ม แตกต่างกันตามชนิดและสูตรปุ๋ย มากกว่าการปรับขึ้นหรือลงพร้อมกันทั้งตลาด

บทสรุป
ตลาดปุ๋ยโลก ณ ต้นเดือนกันยายน 2569 กำลังอยู่ในภาวะ “ตลาดแยกทิศทาง” (Diverging Market) อย่างชัดเจน
Urea และ Amsul มีแนวโน้มแข็งแรงขึ้นจากอุปทานที่ตึงตัวและความต้องการที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ DAP ยังได้รับแรงสนับสนุนจากอินเดีย ส่วน MAP และ MOP มีแรงกดดันจากความต้องการที่ชะลอตัว
สำหรับประเทศไทย จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าต้นทุนปุ๋ยโดยรวมกำลังอยู่ในทิศทางขาขึ้นหรือขาลง เนื่องจากวัตถุดิบแต่ละชนิดเคลื่อนไหวแตกต่างกัน สิ่งสำคัญในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมคือการติดตาม การจัดสรรโควตาส่งออกของจีน สถานการณ์ขนส่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรป รวมถึงความต้องการจากอินเดีย บราซิล และสหรัฐฯ
ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่าการแข็งค่าของตลาดไนโตรเจนในปัจจุบันจะเป็นเพียงการปรับตัวระยะสั้น หรือจะพัฒนาไปสู่รอบการปรับขึ้นของราคาวัตถุดิบปุ๋ยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569
BACK