Menu
NEWS & ACTIVITIES

Global Fertilizer Market Update ตลาดปุ๋ยโลกเริ่มกลับมาแข็งแกร่ง จากความเสี่ยงด้านอุปทานและต้นทุนขนส่งที่เพิ่มขึ้น

ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ตลาดวัตถุดิบปุ๋ยโลกเริ่มกลับมามีทิศทางแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ราคาปรับฐานในช่วงเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม โดยแรงสนับสนุนหลักมาจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อเส้นทางเดินเรือผ่านทะเลแดง (Red Sea) และช่องแคบ Bab el-Mandeb อันเป็นเส้นทางขนส่งปุ๋ยและวัตถุดิบปุ๋ยที่สำคัญของโลก
แม้ว่าปัจจุบันยังไม่เกิดการหยุดชะงักของการส่งออกปุ๋ยในระดับรุนแรง แต่ผู้ประกอบการทั่วโลกเริ่มกลับมาประเมินความเสี่ยด้านการขนส่ง ส่งผลให้ค่าระวางเรือและค่าประกันภัยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นขณะเดียวกัน ผู้ซื้อหลายประเทศเริ่มเร่งจัดหาสินค้าเพื่อรองรับความต้องการในช่วงฤดูเพาะปลูก ส่งผลให้ราคาปุ๋ยหลายชนิดเริ่มปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มปุ๋ยไนโตรเจน
อีกปัจจัยสำคัญ คือ ความไม่แน่นอนของการส่งออกจากประเทศจีน โดยเฉพาะปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตและฟอสเฟต ซึ่งยังอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมการส่งออก ทำให้ปริมาณสินค้าที่เข้าสู่ตลาดโลกยังมีจำกัด และช่วยพยุงราคาปุ๋ยในหลายตลาด

ยูเรีย (Urea)
ตลาดกลับมาเป็นขาขึ้นจากความกังวลด้านอุปทาน
ยูเรียเป็นวัตถุดิบปุ๋ยที่มีการปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบนี้ และถือเป็นตลาดที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาวัตถุดิบปุ๋ยทั้งหมด สาเหตุสำคัญไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนสินค้าในปัจจุบัน แต่เกิดจากการที่ผู้ซื้อเริ่มกังวลว่า หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกจากประเทศผู้ผลิตหลัก เช่นซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และอียิปต์ รวมถึงทำให้ค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ตลาดยังคาดการณ์ว่าอินเดียจะเปิดประมูลนำเข้ายูเรียครั้งใหญ่ในช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะทำให้ปริมาณยูเรียในตลาดโลกลดลงอย่างรวดเร็ว และเป็นแรงผลักดันให้ราคาปรับสูงขึ้นอีก

ราคายูเรียในตลาดสำคัญ
ตลาด ราคา (USD/ตัน)
Iran FOB 340-346
Middle East FOB 375-395
China FOB 420-430
Egypt FOB สูงถึง 555
Southeast Asia CFR 460-475
Brazil CFR 460-480
 
จากระดับราคาดังกล่าว จะเห็นได้ว่าตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ต้องนำเข้ายูเรียในราคาที่สูงกว่าประเทศผู้ผลิตอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากรวมค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และต้นทุนโลจิสติกส์เข้าไปแล้ว
ในระยะ 30-60 วันข้างหน้า ราคายูเรียยังมีแนวโน้มทรงตัวถึงปรับเพิ่มขึ้น หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่มีความชัดเจน และอินเดียเปิดประมูลนำเข้าตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

แอมโมเนียมซัลเฟต (Ammonium Sulphate: AMSUL)
อุปทานจากจีนยังเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดราคา
ตลาดแอมโมเนียมซัลเฟตเริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าความต้องการซื้อจะไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแต่ปัจจัยสำคัญคือความไม่แน่นอนของการอนุมัติการส่งออกจากจีน ผู้ส่งออกจีนจำนวนมากยังไม่สามารถยืนยันกำหนดการส่งมอบสินค้าได้ ทำให้ผู้ซื้อในบราซิล แอฟริกาใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เริ่มหันมาจัดหาสินค้าล่วงหน้า ส่งผลให้ราคาปรับตัวสูงขึ้น

ราคาตลาดสำคัญ
- China Standard FOB: 200-220 USD/ตัน
- China Compacted FOB: 215-230 USD/ตัน
- Southeast Asia CFR: 227-240 USD/ตัน
- Brazil CFR: 230-245 USD/ตัน
หากจีนยังคงจำกัดการส่งออกต่อไป ราคาของ AMSUL มีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตลาดเอเชียที่พึ่งพาการนำเข้าจากจีนเป็นหลักปุ๋ยเคมีเป็น “ธาตุอาหารพืช” ไม่ใช่สารพิษ

ฟอสเฟต (DAP/ΜΑΡ)
แม้อุปสงค์ยังไม่ฟื้นเต็มที่ แต่ต้นทุนการผลิตยังพยุงราคา
ตลาดฟอสเฟตยังคงอยู่ในภาวะที่อุปทานมีข้อจำกัด แม้ว่าผู้ซื้อหลายประเทศจะยังชะลอการสั่งซื้อจากปัญหาต้นทุนที่สูง
สาเหตุสำคัญมาจากราคากำมะถันและกรดกำมะถัน ซึ่งยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตDAP และ MAP ของผู้ผลิตทั่วโลกเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน จีนยังไม่กลับมาส่งออก DAP และ MAP ตามปกติ และหลายฝ่ายประเมินว่าอาจยังคงจำกัดการส่งออกไปจนถึงสิ้นปี 2569 ทำให้ปริมาณสินค้าสำหรับตลาดส่งออกยังมีจำกัด

ราคาตลาดสำคัญ
ตลาด ราคา (USD/ตัน)
China DAP FOB 880-900
Jordan FOB 910
Southeast Asia CFR 880-910
India CFR 930-940
Pakistan CFR 940-950
Brazil MAP CFR 890-900
 
นอกจากนี้ ผู้ผลิตรายใหญ่ในเวียดนามและยุโรปเริ่มลดกำลังการผลิตจากปัญหาการขาดแคลนกำมะถัน ซึ่งอาจทำให้ตลาดฟอสเฟตมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี

โพแทช (MOP/SOP)
ตลาดยังมีเสถียรภาพ แต่เริ่มได้รับแรงสนับสนุนด้านอุปทาน
ตลาดโพแทชยังคงเป็นตลาดที่มีเสถียรภาพที่สุด โดยแม้อุปสงค์ในจีนและเอเชียจะยังไม่แข็งแรง แต่การที่ Belaruskali ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของโลกประกาศลดกำลังการผลิตประมาณ 500,000 ตันในช่วงครึ่งหลังของปี ทำให้ตลาดเริ่มมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ระดับสินค้าคงคลังในประเทศจีนยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้การปรับขึ้นของราคายังเป็นไปอย่างจำกัด

ราคาตลาดสำคัญ
- Southeast Asia MOP CFR: 385-410 USD/ตัน
- Thailand / Vietnam CFR: 425-435 USD/ตัน
- Brazil CFR: 395-405 USD/ตัน
- Indonesia Tender: 450-453 USD/ตัน
สำหรับ SOP ราคายังคงทรงตัวในระดับสูง เนื่องจากยังได้รับแรงสนับสนุนจากต้นทุนกำมะถันที่เพิ่มขึ้น

ผลกระทบต่อประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทยประเมินว่า ปริมาณปุ๋ยยังมีเพียงพอ
ต่อความต้องการใช้ และยังไม่พบสัญญาณการขาดแคลนสินค้า
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการนำเข้ามีแนวโน้มปรับสูงขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของราคายูเรียและแอมโมเนียมซัลเฟต รวมถึงต้นทุนค่าระวางเรือและอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ DAP และ MOP ยังคงอยู่ในระดับราคาสูง ทำให้ต้นทุนการผลิตปุ๋ยสูตรผสมของไทยยังอยู่ในระดับสูงตามไปด้วย แม้ราคาปุ๋ยสำเร็จรูปในประเทศยังสามารถบริหารจัดการได้ แต่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ตลาดโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารต้นทุนและวางแผนการนำเข้าให้สอดคล้องกับความต้องการของเกษตรกร

บทสรุป
ตลาดปุ๋ยโลกกำลังเข้าสู่ช่วงที่ ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์กลับมาเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางราคา โดยเฉพาะตลาดยูเรียซึ่งมีแนวโน้มแข็งแกร่งที่สุด ขณะที่แอมโมเนียมซัลเฟตเริ่มฟื้นตัวจากข้อจำกัดด้านการส่งออกของจีน ส่วน DAP/MAP และ MOP ยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากต้นทุนการผลิตที่สูงและข้อจำกัดด้านอุปทาน
สำหรับประเทศไทย แม้ภาพรวมด้านปริมาณปุ๋ยยังอยู่ในระดับที่เพียงพอ แต่การบริหารต้นทุนการนำเข้าและการติดตามสถานการณ์ตลาดโลกอย่างใกล้ชิด จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาเสถียรภาพด้านราคาปุ๋ยและสร้างความมั่นคงด้านปัจจัยการผลิตให้แก่ภาคการเกษตรในช่วงครึ่งหลังของปี 2569.
BACK