Menu
NEWS & ACTIVITIES

สถานการณ์ตลาดวัตถุดิบปุ๋ยโลกเริ่มเปลี่ยนทิศทาง ท่ามกลางแรงกดดันด้านอุปทานและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

สถานการณ์ตลาดวัตถุดิบปุ๋ยโลกเริ่มเปลี่ยนทิศทาง ท่ามกลางแรงกดดันด้านอุปทานและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

ปัจจุบันตลาดวัตถุดิบปุ๋ยโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ หลังจากราคาปุ๋ยหลายชนิดปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา อันเป็นผลจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ การจำกัดการส่งออกของประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น และปัญหาการขนส่งในหลายภูมิภาคของโลก

อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2569 เริ่มเห็นสัญญาณการปรับฐานของตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มปุ๋ยไนโตรเจน หลังจากตลาดคาดการณ์ว่าประเทศจีนจะกลับมาส่งออกปุ๋ยในปริมาณมากขึ้น ขณะที่ผู้ซื้อทั่วโลกเริ่มชะลอการสั่งซื้อเพื่อรอดูทิศทางราคาใหม่ ส่งผลให้ตลาดปุ๋ยแต่ละกลุ่มมีทิศทางแตกต่างกันอย่างชัดเจน

UREA : ตลาดเข้าสู่ช่วงปรับฐานหลังจีนเตรียมกลับมาส่งออก
ตลาดยูเรียโลกเป็นกลุ่มที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในช่วงนี้ โดยปัจจัยสำคัญมาจากการคาดการณ์ว่าจีนอาจอนุมัติการส่งออกยูเรียเพิ่มเติมประมาณ 2.0-2.6 ล้านตันภายในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายเปลี่ยนจากความกังวลเรื่องสินค้าขาดแคลน ไปสู่การคาดหวังว่าราคาจะปรับลดลง

ผู้ซื้อในหลายภูมิภาค ทั้งอินเดีย บราซิล ยุโรป และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต่างชะลอการซื้อเพื่อรอผลการประมูลนำเข้าของ NFL ประเทศอินเดีย ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาใหม่ของตลาดโลก

ปัจจุบันราคายูเรียในตลาดสำคัญอยู่ที่
- เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 570-630 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน FOB
- ตะวันออกกลาง 545-600 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน FOB
- จีน 555-630 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน FOB
- บราซิล 520-565 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน CFR

แม้ว่าตลาดจะอยู่ในช่วงขาลง แต่ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีความต้องการใช้ยูเรียสูง เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูเพาะปลูกหลัก โดยเฉพาะข้าว ข้าวโพด และอ้อย

AMSUL : อ่อนตัวตามยูเรีย ท่ามกลางแรงซื้อที่ชะลอลง 
ตลาดแอมโมเนียมซัลเฟต (AMSUL) ยังคงได้รับผลกระทบจากการอ่อนตัวของตลาดยูเรีย เนื่องจากทั้งสองสินค้าเป็นแหล่งธาตุไนโตรเจนที่สามารถใช้ทดแทนกันได้ในบางกรณี

ปัจจุบันราคาสินค้ามาตรฐานจากจีนลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 235–245 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน FOB ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน สะท้อนถึงความต้องการซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ปัจจัยที่กดดันตลาดในช่วงนี้ ได้แก่ ผู้ซื้อในอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบราซิลชะลอการซื้อ ราคายูเรียที่ปรับลดลง ทำให้ความคุ้มค่าของ AMSUL ลดลง รวมทั้งผู้ส่งออกจีนแข่งขันด้านราคามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังต้องติดตามมาตรการตรวจสอบการส่งออกของจีน (CIQ) ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณสินค้าส่งออกในระยะต่อไป

DAP/MAP : ตลาดยังแข็งแรงจากข้อจำกัดด้านอุปทาน
แม้ว่าตลาดไนโตรเจนจะเริ่มอ่อนตัว แต่กลุ่มฟอสเฟต ได้แก่ DAP และ MAP ยังคงเป็นกลุ่มที่มีความแข็งแรงที่สุดกลุ่มหนึ่งของตลาดปุ๋ยโลก

ปัจจัยสำคัญที่ยังสนับสนุนตลาด ได้แก่ จีนยังไม่กลับมาส่งออก DAP/MAP อย่างเต็มรูปแบบ, ต้นทุนกำมะถัน (Sulphur) ยังอยู่ในระดับสูง, กำลังการผลิตในจีนลดลงจากข้อจำกัดด้านวัตถุดิบ, ปริมาณสินค้าในตลาดโลกยังมีจำกัด

ปัจจุบันระดับราคาสำคัญอยู่ที่ 
- เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 920–950 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน CFR
- จีน 880–915 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน FOB
- อินเดีย 930–935 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน CFR
- ปากีสถาน ประมาณ 950 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน CFR

อย่างไรก็ตาม เริ่มเห็นสัญญาณว่าผู้ซื้อในหลายประเทศเริ่มชะลอการซื้อ เนื่องจากไม่สามารถรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นได้ ส่งผลให้ตลาดเข้าสู่ภาวะสมดุลระหว่างอุปทานที่ตึงตัวกับความต้องการซื้อที่อ่อนตัวลง

MOP : กลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดของตลาดโลก 
ในบรรดาวัตถุดิบปุ๋ยทั้งหมด ปัจจุบันโพแทช (MOP) ถือเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มดีที่สุด โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการซื้อในอินเดีย อินโดนีเซีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สัญญาซื้อขายประจำปีของอินเดียที่ระดับ 383 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน CFR ได้กลายเป็นราคาอ้างอิงสำคัญของตลาดโลก และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ผลิต

ปัจจุบันระดับราคาอยู่ที่ 
- เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 390–410 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน CFR
- อินเดีย 383 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน CFR
- อินโดนีเซีย 435–437 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน CFR
- บราซิล 405–410 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน CFR

แม้ว่าความต้องการซื้อในจีนและบราซิลจะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ความต้องการในเอเชียยังคงแข็งแรง ส่งผลให้ตลาด MOP ยังมีแนวโน้มทรงตัวถึงปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี

สรุปสถานการณ์ตลาดปุ๋ยโลก
ภาพรวมตลาดปุ๋ยโลกในปัจจุบันเริ่มมีความแตกต่างระหว่างแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ชัดเจนมากขึ้น กลุ่มไนโตรเจน ได้แก่ ยูเรียและแอมโมเนียมซัลเฟต กำลังเผชิญแรงกดดันจากการคาดการณ์การส่งออกของจีนและการชะลอการซื้อของผู้ใช้ทั่วโลก ส่งผลให้ราคามีแนวโน้มอ่อนตัวลงในระยะสั้น

ขณะที่กลุ่มฟอสเฟตยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากข้อจำกัดด้านอุปทาน แม้จะเริ่มเห็นแรงต้านจากผู้ซื้อเพิ่มขึ้น

ส่วนกลุ่มโพแทชยังคงเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดของตลาดในขณะนี้ จากความต้องการซื้อในเอเชียและอุปทานที่ยังตึงตัว

สำหรับประเทศไทย แม้ว่าตลาดโลกจะเริ่มปรับฐานในบางผลิตภัณฑ์ แต่ยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากความผันผวนของตลาดโลก การส่งออกของจีน การจัดซื้อของอินเดีย และต้นทุนด้าน logistics ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อทิศทางราคาปุ๋ยในประเทศในช่วงครึ่งหลังของปี 2569

เรียบเรียงโดยฝ่ายวิชาการ
สมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย
BACK